ก. จริยธรรมส่วนบุคคล
1. มารยาทในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม

1. มารยาทในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม
ท่านนบี ﷺ ได้กำหนดบัญญัติเกี่ยวกับมารยาทในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มไว้แก่ประชาชาติของท่าน เพื่อให้พวกเขามีภาพลักษณ์ที่ดูดีงามที่สุดทางด้านมารยาทและการรำลึกถึงพระผู้ทรงประทานความโปรดปรานและปัจจัยต่างๆ แก่พวกเขา และส่วนหนึ่งของมารยาทดังกล่าวได้แก่

กล่าว “บิสมิลลาอฮฺ” ก่อนนั่งรับประทานหรือดื่ม และกล่าว “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” หลังเสร็จจาการรับประทานหรือดื่ม
มุสลิมควรกล่าวเมื่อจะเริ่มรับประทานหรือดื่มว่า ( بِسْمِ اللهِ ) บิสมิลลาฮฺ “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ” มีรายงานจากท่านอุมัร บิน อบีสะละมะฮฺ ؓ ว่า ท่านกล่าวว่า : เมื่อฉันเป็นเด็กภายใต้การดูแลของท่านนบี ﷺ (ขณะรับประทานอาหาร) มือของฉันจะหยิบอาหารไปทั่วสำรับอาหาร ท่านร่อซูล ﷺ จึงกล่าวสอนฉันว่า :
يَا غُلَامُ سَمِّ اللهَ، وَكُلْ بِيَمِينِكَ، وَكُلْ مِمَّا يَلِيكَ فَمَا زَالَتْ تِلْكَ طِعْمَتِي بَعْدُ
ความว่า : “เด็กน้อยเอ๋ย! จงกล่าว “บิสมิลลาฮฺ” และทานอาหารด้วยมือขวา และจงทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าเจ้า หลังจากนั้น มันก็ติดเป็นนิสัยของฉันมาตลอด”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 5376, และมุสลิม เลขที่ 2002)
และหากลืมกล่าว “บิสมิลลาฮฺ” ก่อนรับประทานอาหาร และนึกขึ้นได้ในขณะกำลังรับประทานอาหารอยู่ก็ให้กล่าวทันทีว่า :
(بِسْمِ اللَّهِ أَوَّلَهُ وَآخِرَهُ)
(บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 3767 และอัตติรมิซีย์ เลขที่ 1858 และท่านกล่าวว่า ฮะดีษฮะซัน เศาะฮีหฺ)
ความว่า : “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ทั้งตอนแรกและตอนสุดท้าย”
ตามที่ท่านนบี ﷺ ได้แนะนำไว้
ประโยชน์ของการกล่าว “บิสมิลลาฮฺ” นั้นเพื่อเป็นการป้องกันจากการรังควานของชัยฏอนที่จะมาเข้าร่วมรับประทานอาหารด้วย ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า
«إِنَّ الشَّيْطَانَ يَسْتَحِلُّ الطَّعَامَ أَنْ لَا يُذْكَرَ اسْمُ اللَّهِ عَلَيْهِ»
ความว่า : “แท้จริง ชัยฏอนจะเข้าร่วมรับประทานอาหารที่ไม่ได้ถูกกล่าวพระนามของอัลลอฮฺ”
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2017)

ทานอาหารที่อยู่ตรงหน้า และไม่ทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าผู้อื่นหรือตรงกลางสำรับ
ส่วนหนึ่งจากมารยาทของการรับประทานอาหาร คือ เมื่อบุคคลใดร่วมรับประทานกับผู้อื่นก็ให้รับประทานอาหารที่อยู่ตรงหน้า ดังที่ท่านนบี ﷺ ได้ชี้แนะ อุมัร บิน อบี สะละมะฮฺ ในฮะดีษของท่านที่ว่า :
«وَكُلْ مِمَّا يَلِيكَ»
ความว่า : “…และเจ้าจงรับประทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าเจ้า…”

นั่งรับประทานอาหารและดื่ม และไม่ยืนหรือนั่งเอกเขนก
ส่วนหนึ่งจากมารยาทของการรับประทานอาหาร คือ ต้องนั่งรับประทานอย่างเรียบร้อยโดยไม่พิงกาย เนื่องจาก
ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า :
«إِنِّي لَا آكُلُ مُتَّكِئًا»
ความว่า : “แท้จริง ฉันจะไม่รับประทานอาหารในลักษณะที่นอนเอกเขนกพิงกาย”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 5398, 5399)
คำว่า “นอนพิงกาย” หมายถึงการนอนเหยียดยาวไปในทางใดทางหนึ่งโดยเอามือพิงไว้หรือพิงด้วยสิ่งอื่น และบางคนอธิบายว่าหมายถึง การนั่งเอกเขนก
(ฟัตฮุลบารีย์ เล่ม 9 หน้า 541, ซุบุลุสสลาม เล่ม 3 หน้า 119)

การนั่งดื่ม
มารยาทหนึ่งของการดื่มน้ำ คือ มุสลิมจะต้องนั่งดื่ม เพราะการนั่งดื่มเป็นการปฏิบัติที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นวิธีที่สอดคล้องกับการปฏิบัติของท่านนบี แต่ก็อนุญาตให้ยืนดื่มได้ เนื่องจากมีหลักฐานที่เศาะฮีหฺ จากท่านนบี ﷺ ว่าท่านเคยยืนดื่ม และหลักฐานการอนุญาตให้ยืนดื่มดังกล่าวได้เปลี่ยนความหมายของการห้ามยืนดื่มที่มีรายงานจากท่านนบี ﷺ
ท่านฮาฟิซ อิบนุ ฮะญัร ได้กล่าวว่า :
และที่ฉันเข้าใจคือ ฮะดีษต่างๆ ที่รายงานว่าท่านนบี ﷺ ยืนดื่มนั้นบ่งชี้ถึงการอนุญาตให้กระทำเช่นนั้น ส่วนฮะดีษที่ห้ามนั้น บ่งชี้ถึงการส่งเสริมและการสนับสนุนให้ปฏิบัติในสิ่งที่เหมาะสมกว่า
(ดู ฟัตฮุลบารีย์ เล่ม 10 หน้า 83 )

ทานอาหารและดื่มน้ำด้วยมือขวา
การรับประทานอาหารและการดื่มมือขวาเป็นมารยาทที่วาญิบ(จำเป็น)ต้องยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งท่านนบี ﷺ ได้กำชับให้อุมัร บิน อะบี สะละมะฮฺ ปฏิบัติเช่นนี้ ท่านกล่าวว่า :
“เจ้าจงทานด้วยมือขวาของเจ้า”
และครั้งหนึ่งท่านนบี ﷺ เห็นชายคนหนึ่งกินด้วยมือซ้าย ท่านจึงกล่าวกับชายคนนั้นว่า
“เจ้าจงทานด้วยมือขวาของเจ้า”
ชายคนนั้นตอบว่า :
“ฉันไม่สามารถทำได้ (เขาพูดด้วยความอวดดี ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอุปสรรคในการรับประทานด้วยมือขวา)
ดังนั้น ท่านนบี ﷺ จึงได้สาปแช่งเขาว่า
“เจ้าจะไม่สามารถ (ทานด้วยมือขวา) ตลอดไป!”
หลังจากนั้นชายผู้นั้นก็ไม่สามารถยกมือขวาของตนได้อีกเลย
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2021)
เพราะหลังจากนั้น มือขวาของเขาได้กลายเป็นอัมพาตทำให้ไม่สามารถยกถึงปากได้ ฮะดีษนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตหรือห้ามรับประทานด้วยมือซ้าย
แท้จริงแล้ว ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า ชัยฏอนนั้น จะกินและดื่มโดยใช้มือข้างซ้ายของมัน
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2020)

ทานอาหารด้วยสามนิ้ว เลียนิ้วหลังจากทานเสร็จและเลียภาชนะ
ตามหลักการของซุนนะฮฺ นบี ﷺ ให้รับประทานด้วยนิ้วมือสามนิ้ว คือ นิ้วกลาง นิ้วชี้และนิ้วโป้ง (นิ้วหัวแม่มือ) และเมื่อเสร็จสิ้นการรับประทานอาหาร ก็ให้เลียนิ้วก่อนจึงค่อยล้างมือให้สะอาด
มีรายงานจาก กะอฺบ์ บิน มาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านกล่าวว่า:
رَأَيْتُ رَسُوْلَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَأْكُلُ بِثَلَاثِ أَصَابِعَ، فَإِذَا فَرَغَ لَعِقَهَا
ความว่า “ฉันเห็นท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ รับประทานอาหารด้วยสามนิ้ว เสร็จแล้วท่านก็เลียมัน”
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2033)
มีซุนนะฮฺส่งเสริมให้เลียภาชนะที่มีอาหารติดอยู่ เมื่อรับประทานเสร็จ
รายงานจากญาบิร ؓ เล่าว่า “แท้จริง ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ ใช้ให้เลียนิ้วมือและภาชนะ และท่านกล่าวว่า:
«إِنَّكُمْ لَا تَدْرُونَ فِي أَيِّ طَعَامِكُمُ الْبَرَكَةُ»
ความว่า “แท้จริง พวกท่านไม่สามารถทราบได้ว่าความจำเริญ(บะเราะกะฮฺ) อยู่ ณ ส่วนใดในอาหารของพวกท่าน”
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2034)
หมายความว่า อาจเป็นไปได้ว่าความจำเริญ (บะเราะกะฮฺ) และประโยชน์ของอาหารอันมากมายนั้นจะอยู่ในอาหารส่วนที่ท่านเลียก็อาจเป็นไปได้
(อิบนุ อัลอุษัยมีน, ชัรฮฺ เศาะฮีหฺ มุสลิม เล่ม 7 หน้า 244)

กล่าวชื่นชมอาหารและเครื่องดื่มและห้ามตำหนิ
ผู้ใดรู้สึกถูกใจกับอาหารหรือเครื่องดื่มใดๆ ก็ควรกล่าวคำชื่นชมสิ่งนั้น ดังที่มีรายงานจากการกระทำของท่านนบี ﷺ
มีรายงานจากญาบิร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า
“ท่านนบี ﷺ ได้ร้องขอสำรับอาหารจากครอบครัวของท่าน พวกเขากล่าวว่า ที่บ้านเราไม่มีสิ่งใดๆ นอกจากน้ำส้มสายชูเท่านั้น”
ดังนั้น ท่านจึงขอให้นำน้ำส้มสายชูนั้นมา แล้วท่านก็รับประทานน้ำส้มสายชูดังกล่าว พลันก็กล่าวชื่นชมว่า:
«نِعْمَ الإِدَامُ الخَلُّ، نِعْمَ الإِدَامُ الخَلُّ»
ความว่า “อาหารที่ดีที่สุดคือน้ำส้มสายชู อาหารที่ดีที่สุดคือน้ำส้มสายชู”
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2052)
ผู้ที่พระองค์ทรงให้เขามีอาหารรับประทานในแต่ละมื้อนั้น เขาต้องรู้สึกขอบคุณต่อพระองค์ ที่ให้เขามีอาหารรับประทาน หากรสชาดถูกใจให้กล่าวชมและพอใจ หากรสชาดไม่ถูกปากก็ไม่ต้องรับประทานแต่ต้องไม่ตำหนิอาหารนั้น
มีรายงานจาก อบูฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านกล่าวว่า:
مَا عَابَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ طَعَامًا قَطُّ، إِنِ اشْتَهَاهُ أَكَلَهُ، وَإِنْ كَرِهَهُ تَرَكَهُ
ความว่า : “ท่านร่อซูล ﷺ ไม่เคยกล่าวตำหนิอาหารใด ๆ เลย หากท่านชอบ ท่านก็รับประทาน และหากไม่ชอบท่านก็ไม่รับประทาน”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ เลขที่ 5409, มุสลิม เลขที่ 2064)

ทานแต่พอดีและไม่มูมมาม
มารยาทที่ดีงามประการหนึ่งในการรับประทานอาหาร คือ มุสลิมต้องหลีกห่างจากการรับประทานจนอิ่มเกิน เนื่องจาก ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ ได้กล่าวแนะนำไว้ว่า
مَا مَلَأَ آدَمِيٌّ وِعَاءً شَرًّا مِنْ بَطْنٍ، بِحَسْبِ ابْنِ آدَمَ أَكَلَاتٌ يُقِمْنَ صُلْبَهُ، فَإِنْ كَانَ لَا مَحَالَةَ، فَثُلُثٌ لِطَعَامِهِ، وَثُلُثٌ لِشَرَابِهِ، وَثُلُثٌ لِنَفْسِهِ
ความว่า : “ไม่มีภาชนะใดที่มนุษย์ใส่อาหารจนเต็มที่เลวร้ายไปกว่าท้องของมนุษย์เอง แค่อาหารเพียงไม่กี่คำก็เพียงพอสำหรับมนุษย์แล้วที่จะทำให้เขามีแรงยืนตรงขึ้นได้ หากจำเป็นต้องทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้แบ่งกระเพาะออกเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับอาหาร อีกส่วนหนึ่งสำหรับเครื่องดื่ม และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลมหายใจของเขา”
(บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ เลขที่ 2381 และท่านกล่าวว่าเป็นฮะดีษฮะซัน เศาะฮีหฺ และอัลฮากิม เล่ม 4 หน้า 121 และกล่าวว่า เศาะฮีหฺ และอัซซะฮะบีย์ก็ยอมรับ)
มีรายงานจากอิมาม อัชชาฟิอีย์ ท่านกล่าวว่า :
ความอิ่มทำให้ร่างกายหนัก ทำให้หัวใจแข็งกระด้าง ทำลายความปราดเปรื่องทางปัญญาทำให้เกียจคร้านในการทำอิบาดะฮฺ
(อัลเฆาะซาลีย์, อิฮุยาอ์ อุลูมิดดีน เล่ม 1 หน้า 25)

คลายลมหายใจนอกภาชนะและไม่ดื่มจากปากภาชนะส่วนกลาง
ส่วนหนึ่งจากมารยาทในการดื่ม คือ ให้พักลมหายใจในขณะดื่มน้ำ อย่างน้อยสามครั้ง โดยให้เอาภาชนะที่ใช้ดื่มออกจากปาก แล้วหายใจครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ดื่มต่อ ดังที่มีรายงานจาก ษุมามะฮฺ บิน อับดิลลาฮฺ ท่านกล่าวว่า:
ท่านอะนัส บิน มาลิก จะพักหายใจจากภาชนะในการดื่มจำนวนสองหรือสามครั้ง และได้เล่าว่า แท้จริง ท่านนบี ﷺ ได้พักหายใจในการดื่มจากภาชนะจำนวนสามครั้ง
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 5631 และมุสลิม เลขที่ 2028)
และท่านนบี ﷺ ห้ามไม่ให้ปล่อยลมหายใจขณะดื่มน้ำในภาชนะ โดยกล่าวเตือนว่า
«إِذَا شَرِبَ أَحَدُكُمْ فَلَا يَتَنَفَّسْ فِي الْإِنَاءِ»
ความว่า : “เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านดื่มน้ำ ก็จงอย่าหายใจรดลงในภาชนะนั้น”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 5630 และมุสลิม เลขที่ 267 และสำนวนเป็นของอัลบุคอรีย์)
เพราะจะสร้างความสกปรกแก่คนที่ดื่มหลังจากนั้น และบางทีอาจมีบางสิ่งออกจากปากของเขา แล้วเกิดอันตรายต่อผู้อื่น
ในทำนองเดียวกัน ท่านนบี ﷺ ได้ห้ามมิให้ดื่มจากปากภาชนะตักน้ำหรือถังน้ำ มีรายงานจากอบูสะอีด ท่านกล่าวว่า :
نَهَى رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَنْ اخْتِنَاثِ الْأَسْقِيَةِ : أَنْ يُشْرَبَ مِنْ أَفْوَاهِهَا
ความว่า : “ท่านร่อซูล ﷺ ได้ห้ามฉีกหรือตัดปากภาชนะบรรจุน้ำ แล้วดื่มกินจากปากภาชนะนั้น”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 5625 และ มุสลิม เลขที่ 2023)

รับประทานอาหารโดยเจตนาเพื่อให้มีพละกำลังในการภักดีต่ออัลลอฮฺ
การตั้งเจตนาจะเกิดขึ้นกับทุกสิ่งที่เป็นที่อนุมัติรวมถึงกิจการทางโลกทั้งหลาย ดังนั้น ผู้ใดตั้งเจตนาในการงานทางโลกและกิจการปกติทั่วไปของเขาเพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนการทำหน้าที่ในสิทธิอันพึงปฏิบัติต่ออัลลอฮฺ การปฏิบัติสิ่งที่เป็นวาญิบ และสิ่งที่เป็นการส่งเสริมให้กระทำ และนำเจตนาอันดีงามดังกล่าวไปใช้ในการรับประทานอาหาร การดื่ม การนอน การพักผ่อน การประกอบอาชีพ ตลอดจนกิจกรรมทั่วไป การงานเหล่านั้นก็จะกลายเป็นการอิบาดะฮฺ และอัลลอฮฺจะประทานบะเราะกะฮฺในการงานของเขา และจะเปิดประตูแห่งความดีงามและปัจจัยยังชีพแก่เขาอย่างไม่สามารถคณานับได้และไม่เคยคาดคิดมาก่อน
(อิบนุ สะอฺดีย์, บะฮฺญะฮฺ กุลูบ อัลอับร็อร หน้า 12)

สิ่งที่บัญญัติให้กระทำสำหรับผู้ที่ไปร่วมงานเลี้ยงในขณะที่ถือศีลอด
สำหรับผู้ถือศีลอดที่ได้รับเชิญให้ไปทานอาหารส่งเสริมให้เขาขอดุอาอฺให้กับเจ้าภาพให้ได้รับการอภัยโทษ และมีศิริมงคลในชีวิตและอื่นๆ ฯลฯ
(อันนะวะวีย์, ชัรฮุเศาะฮีหฺ มุสลิม เล่ม 9 หน้า 236)
ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า :
إِذَا دُعِيَ أَحَدُكُمْ فَلْيُجِبْ، فَإِنْ كَانَ صَائِمًا فَلْيُصَلِّ، وَإِنْ كَانَ مُفْطِرًا فَلْيَطْعَمْ
ความว่า : “เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านได้รับเชิญให้ไปทานอาหาร ก็จงตอบรับการเชิญนั้น หากเขากำลังถือศีลอด ก็จงดุอาอฺให้กับผู้เชิญ และถ้าไม่ถือศีลอด ก็จงไปรับประทานอาหารตามคำเชิญ”
(บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 1431)
โปรดติดตามตอนต่อไป

